ตัดเกรด 11 นักเตะแมนยูที่มูรินโญ่ดึงมาใครผ่านหรือตก

ตัดเกรด 11 นักฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นคนดึงเข้ามาเสริมกองทัพ  ไปดูกันคนไหนกันบ้างสอบได้ และใครสอบตก

เว็บ UFABET โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามาคุม “ปีศาจแดง” เมื่อปี 2016 รวมทั้งจนถึงเดี๋ยวนี้ได้คว้านักเตะมาเข้ารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 11 คนแล้ว

ตอนที่ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อเมืองผู้ดี ได้ให้แต้มผลงานของนักฟุตบอลที่ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส ดึงเข้ามา โดยเป็นยังไงบ้างไปดูกันได้เลย

1. เอริก ไบยี่ 5/10

กองหลังทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ย้ายมาจาก บียาร์เรอัล เมื่อปี 2016 ด้วยค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์ โดยตอนต้นแฟนบอล “ปีศาจแดง” ยังงงมากกันอยู่ว่า เขาเป็นคนไหน และก็เก่งขนาดถึงค่าจ้างแพงอย่างงี้เลยหรอ

ไบยี่ ปรับนิสัยกับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้อย่างเร็ว แล้วก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรก โดยลงในสนาม 38 เกม ช่วยทำให้ทีมได้แชมป์ ลีก คัพ รวมทั้ง ยูโรปา ลีก

แต่ พักหลัง ไบยี่ มีลักษณะอาการเจ็บก่อกวนบ่อยมาก แล้วก็ฟอร์มตกลงไป ทำให้โดนดร็อปเป็นตัวสำรอง และก็มีข่าวสารว่า บางทีก็อาจจะโดนขายในตอนเปิดตลาดม.ค.นี้

2. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช 8/10

ดาวยิงจอมเก๋าชาวประเทศสวีเดน ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบไม่มีคุณค่าตัวเมื่อปี 2016 หลังหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

อิบราฮิโมวิช ทำเป็นอย่างดีเยี่ยมในช่วงฤดูกาลแรก ด้วยกระบวนการทำไป 28 ประตูจาก 46 เกม ก่อนที่จะเจ็บหนักที่ศีรษะหัวเข่าในช่วงท้ายฤดูกาล

แต่ “ปีศาจแดง” ยังเสนอคำสัญญาใหม่ให้กับ อิบรา หากแม้จำต้องพักยาวก็ตาม ก่อนที่จะเจ้าตัวจะกลับมาเล่นได้แม้กระนั้นก็มีปัญหาเรื่องความฟิต จนกระทั่งจำต้องย้ายไปอยู่กับ แอลเอ แกแล็กซี่

3. เฮนริค มคิทาร์ยาน 5/10

กองกลางทีมชาติอาร์เมเนีย ย้ายมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อตอนซัมเมอร์ปี 2016 ด้วยค่าตอบแทน 27 ล้านปอนด์ หลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ “เสือเหลือง” ตลอด 3 ฤดูก่อนหน้านั้น ด้วยแนวทางการทำไปถึง 41 ประตู จาก 140 นัด แล้วก็แอสซิสต์มากมายสุดใน บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2015/16

อย่างไรก็ดี มคิทาร์ยาน จำต้องใช้เวลาปรับพฤติกรรมกับการมาเล่นที่ดินแดนผู้ดี และก็โชว์ฟอร์มไม่ออก จนถึงทำให้จะต้องย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล โดยสลับขั้วกับ อเล็กซิส ซานเชซ เมื่อมกราคม ก่อนหน้านี้

4. ปอล ป็อกบา 6/10

แมนฯ ยูไนเต็ด จำต้องเสียตังค์ถึง 89 ล้านปอนด์ ดึงมิดฟิลด์ทีมชาติประเทศฝรั่งเศส กลับมาจาก ยูเวนตุส เมื่อปี 2016 หลัง 5 ปีก่อนหน้านั้นจำเป็นต้องเสียไปแบบฟรีๆ

เมื่อเทียบกับค่าตอบแทนแล้ว ดูราวกับว่า ป็อกบา ยังทำได้ไม่คุ้ม แล้วก็มีข่าวสารว่า ไม่ค่อยลงรอยกับ มูรินโญ่ ด้วย อย่างไรก็แล้วแต่ มิดฟิลด์ประเทศฝรั่งเศส ยังเป็นนักฟุตบอลสำคัญของ “ปีศาจแดง” และก็ทีมจะมีปัญหาตอนที่เขาเจ็บ

5. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ 6/10

ลินเดอเลิฟ ย้ายมาจาก เบนฟิก้า เมื่อก.ค. ปี 2017 ด้วยค่าจ้าง 31 ล้านปอนด์ ด้วยความปรารถนาของแฟนบอลที่มั่นใจว่า เขาจะเข้ามาช่วยปรับแนวรับของทีมแกร่งขึ้น

ด่านข้างหลังชาวสวีดิช ออกสตาร์ตได้อย่างเสื่อมโทรม อีกทั้งการเข้าสกัดบอล และก็ช้าเหลือเกิน กระทั่งจะต้องเป็นเพียงแค่ผู้เล่นสำรองแค่นั้น

แต่ ในช่วงฤดูกาลนี้ ลินเดอเลิฟ เป็นตัวหลักของกลุ่ม โดยได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงถึง 10 จาก 12 เกม ใน พรีเมียร์ลีก ข้างหลังไปทำผลงานได้ดิบได้ดีในบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

6. โรเมลู ลูกากู 7/10

ดาวยิงทีมชาติเบลเยียม ย้ายมาจาก เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าจ้างถึง 75 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2017 แล้วก็แฟนบอล “ปีศาจแดง” ก็คาดหมายในตัวเขาไว้สูงมากมาย

ถึงแม้ ลูกากู โดนวิภาควิจารณ์หนัก แต่ว่าเขาก็ยิงไปถึง 24 ประตูในช่วงฤดูกาลแรก ในตอนที่ในฤดูกาลนี้หัวหอกเบลเจี้ยน เริ่มได้ไม่ดีนัก รวมทั้งพักหลังก็ถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง แต่ว่ามั่นใจว่า อีกไม่นานเขาจะกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้แน่

7. เนมานย่า มาติช 8/10

แฟนบอลต่างแปลกใจที่ เชลซี ยอมปลดปล่อย มาติช มาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลุ่มคู่แข่งขันลุ้นแชมป์ร่วมกันเมื่อปี 2017 ด้วยค่าจ้าง 40 ล้านปอนด์

ดาวเตะเซอร์เบีย ทำผลงานก้าวหน้า รวมทั้งยึดตำแหน่งตัวจริงในกองทัพ “ภูติผีแดง” ได้ในทันที ทำให้ อันเดร เอร์เรร่า จำต้องหลุดไปเป็นสำรอง

ในช่วงฤดูกาลนี้ มาติช ฟอร์มตกลงไป แต่ว่าเขาก็ยังนับว่าเป็นนักฟุตบอลที่ส่งผลงานสม่ำเสมอมากมายสุดคนหนึ่งที่ มูรินโญ่ ดึงมาร่วมทีม

8. อเล็กซิส ซานเชซ 5/10

กองหน้าทีมชาติประเทศชิลี จำต้องพบกับเหตุการณ์ที่แสนทุกข์ยากตั้งแต่แมื่อย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อมกราคม แต่ว่ายังหาฟอร์มเก่งเสมือนตอนเล่นให้ อาร์เซน่อล ไม่พบ รวมทั้งฟอร์มไกลห่างจากค่าแรงงานที่ได้รับปริมาณมากมาย

9. ดีโอโก้ ดาโลต์ ยังไม่มีคะแนน

“ปีศาจแดง” ซื้อแบ็กขวาดาวรุ่งมาจาก ปอร์โต้ ด้วยค่าจ้าง 19 ล้านปอนด์ ในตอนซัมเมอร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยหวังให้มาเป็นผู้แทนในระยะยาวของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย

อย่างไรก็แล้วแต่ ดาโลต์ ยังมิได้ช่องทางลงไปในสนามเท่าไรนัก หลังมีลักษณะอาการเจ็บก่อกวน นำมาซึ่งการทำให้ยังเร็วเกินความจำเป็นที่จะวินิจฉัยผลงานของเขา

10. เฟร็ด 6/10

ยูไนเต็ด ยอมชำระเงินถึง 52 ล้านปอนด์ ให้ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค เมื่อมิถานายน ก่อนหน้านี้ เพื่อคว้ามิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล

ในตอนแรก เฟร็ด ทำผลงานเจริญ แต่ว่าข้างหลังทำผิดพลาดในเกมเจอ ไบรท์ตัน เขาก็โดน มูรินโญ่ ดร็อปเป็นตัวสำรอง แต่ว่ามั่นใจว่า จะยังเป็นอนาคตของกลุ่ม

11. ลี แกรนท์ 6/10

แกรนท์ ถูกดึงมาจาก สโต๊ค เมื่อก.ค. ด้วยค่าตอบแทน 1.5 ล้านปอนด์ เพื่อมาเป็นตัวสำรองของ ดาบิด เด เคอา รวมทั้ง เซร์คิโอ โรเมโร่

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

สมัครUFABET, UFABET, ยูฟ่าเบท, เว็บUFABET, สมัครแทงบอลUFABET, แทงบอลออนไลน์, แทงบอลเงินสด, สูตรแทงบอล

วันกล้า ขวัญแก้ว : เกมอัปยศที่เวียดนาม ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก

ในค่ำคืนที่ทั้งไทยและอินโดนีเซียไม่อยากจะเป็นผู้ชนะในศึก ไทเกอร์ คัพ ปี 1998 … มันเป็นเพราะอะไรกันแน่เกมนี้จึงถูกเรียกว่า “เกมอัปยศ”

30 ชั่วโมงก่อนที่เกมการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่ม สายบี ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย จะเริ่มคิกออฟขึ้น ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ผมกำลังคิดว่าจะเขียนอะไรดีสำหรับเป็นคอนเทนต์ผลิตงานเกี่ยวกับฟุตบอลนัดนี้

เมื่อพูดถึงการดวลแข้งระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย เรื่องแรกที่ผุดคิดมาในหัวก็คือ “แมตช์อัปยศไทเกอร์คัพ1988” มีเรื่องราวมากมายที่อยากรู้ อยากจะนำออกมาเสมอให้แฟนบอลได้รับทราบ แต่ไม่ได้ลงมือทำเสียที อาจจะเป็นเพราะความกลัว หรือเหตุผลอะไรก็ตาม วันนี้กำแพงที่ถูกขวางกั้นมันถูกพังทลายลงแล้ว

และนี่ก็คือเรื่องราวของเกมการแข่งขันของทีมชาติไทยที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “แมตช์อัปยศ” ที่สุดของวงการฟุตบอลไทย

โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ไล่รายชื่อผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นทั้งหมด เพื่อค้นหาว่า มีใครบ้าง และใครที่พอจะเล่าเรื่องราวในวันนั้นได้ และจากรายชื่อที่เราลิสต์ไว้เกือบ 30 ชีวิต ในที่สุดก็เจอคนที่พอจะปริปากเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อไขปริศนานี้ได้

วันกล้า ขวัญแก้ว อดีตผู้สื่อข่าวสยามกีฬา เจ้าของนามปากกา “กล้า ปีนเกลียว” ที่ปัจจุบันยังคงโลดแล่นในวงการสื่อกีฬาสายฟุตบอลไทย ทั้งจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ คือเป้าหมายแรกและเป้าหมายเดียวของโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย

30 นาทีในการค้นหาเบอร์โทรเพื่อติดต่อ พี่วันกล้า และอีกกว่า 30 นาทีในการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ จนโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ได้ข้อมูลมากพอที่จะพาทุกท่านย้อนอดีตกับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

เวียดนามเปิดประเทศแสดงแสนยานุภาพ

ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 2 “ไทเกอร์คัพ1998” เวียดนามรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศ เมื่อนี่คือการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาใหญ่ระดับนานาชาติครั้งแรกของประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเวียดนามเมื่อปี พ.ศ.2518

หลังจากปิดประเทศไปนานเพื่อฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองที่ถูกพิษสงครามเล่นงาน เวียดนามก็ใช้ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองในการจัดการแข่งขันกีฬา แน่นอนไม่ใช่แค่แสดงฝีมือเรื่องการจัดการ แต่ยังรวมไปถึงทีมฟุตบอล ที่เป็นกีฬาความหวังของคนทั้งประเทศ ในการเชิดหน้าชูตาให้เพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เห็น

เวียดนาม ตั้งความหวังถึงการเป็นแชมป์ในการแข่งขันครั้งนั้น พวกเขารู้ดีว่าจะต้องใช้ความได้เปรียบที่มีอยู่อย่างไรในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ

แชมป์เก่าไปแบบไม่ฟูล

ทีมชาติไทยเดินทางไปแข่งขันในฐานะแชมป์เก่าเมื่อ 2 ปีก่อนที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายคือการป้องกันแชมป์ และยังถูกยกให้เป็นทีมเต็งหนึ่งของการแข่งขันจากสื่อกีฬาทุกชาติทั่วอาเซียน แม้ว่าจะไม่ใช่ทีมชุดที่ดีที่สุดก็ตาม

นักเตะแกนหลักต่างพากันถอนตัวจากทีมชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ธชตวัน(ตะวัน) ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน และ ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล ไม่มีชื่อในชุดนี้

“จำไม่ได้ว่ามีปัญหาอะไรกัน” วันกล้า ขวัญแก้ว เริ่มเผยกับโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย “เหมือนจะเป็นเรื่องโกนหัวอะไรสักอย่างเนี้ยหล่ะ เป็นทัวร์นาเมนต์ก่อนหน้านี้ เออ…หากจำไม่ผิดน่าจะเป็นซีเกมส์ที่อินโด”

“พวกตัวหลักถอนหรือถูกตัดชื่อกันหลายคนเลย ซิโก้ ตะวัน ดุสิต ธวัชชัย ไม่ได้ไปก็มีการดึงแข้งหน้าใหม่กับพวกเก่าๆมาช่วยกันเลย แต่เป้าหมายของทีมชุดนั้นก็ยังคือแชมป์นะ”

18 นักเตะทีมชาติไทยชุดนั้นประกอบไปด้วย กิตติศักดิ์ ระวังป่า, สราวุธ คำบัว, โกวิทย์ ฝอยทอง,ใกลรุ่ง ตรีจักสังข์, โชคทวี พรหมรัตน์, นิเวส ศิริวงศ์, นที ทองสุขแก้ว, สุรชัย จิระศิริโชติ, กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์, เสนาะ โล่งสว่าง, อนัน พันแสน, สุนัย ใจดี, สุรชัย จตุภัทรพงษ์, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, ชายชาญ เขียวเสน, วรวุธ ศรีมะฆะ, ส่งเสริม มาเพิ่ม และ รณชัย สยมชัย โดยมี “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ทำหน้าที่เฮดโค้ช สำหรับภารกิจ ป้องกันแชมป์

ต้องเลือกสักทาง

ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอ รวมกับ อินโดนีเซีย, เมียนมาร์ และ ฟิลิปปินส์ ทำการแข่งขันที่โฮจิมินห์ซิตี้ เมืองทางตอนใต้ของเวียดนาม ขณะที่ทางฝั่งเหนือที่ฮานอย มี เวียดนาม(เจ้าภาพ), สิงคโปร์, มาเลเซีย และ ลาว แข่งขันกันในกลุ่มบี

ทีมชาติไทยอออกสตาร์ทนัดแรกด้วยการ เสมอ เมียนมาร์ 1-1 และเกมที่สองเอาชนะ ฟิลิปปินส์ 3-1 มี 4 คะแนนจากสองเกมแรก นัดสุดท้ายต้องวัดกับ อินโดนีเซีย สำหรับการแย่งเป็นที่ 1 ของสาย

“สตาฟโค้ชมีการวางแผนสำหรับรอบต่อไปไว้บางแล้ว และมีการสื่อสารกับผู้จัดการทีมอยู่เสมอ รวมไปถึงถามทุกๆคนในทีมด้วย ตอนแรกเราคิดไว้ว่าเวียดนามจะได้ที่1สายบี นั้นเท่ากับว่า รอบต่อไปเรามีสองทางเลือกระหว่าง เจอเจ้าภาพ หรือย้ายเมืองที่ต้องเดินทางไกล” เจ้าของนามปากกา “กล้า ปีนเกลียว” เผย

“รู้สึกว่าจะมีการพูดคุยในทีมว่าหากต้องเลือก ก็เจอเจ้าภาพดีกว่าต้องเดินทางไกล ถ้าต้องเดินทางถือเป็นเรื่องที่ลำบากเลย เพราะระยะเวลาแค่ 2วันก็จะมีเวลาเตรียมตัวน้อยมากสำหรับเล่นรอบตัดเชือก” วันกล้า ขวัญแก้ว ผู้สื่อมากประสบการณ์สายฟุตบอลไทย เล่าเพิ่มเติม

แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นดังที่คิดไว้ เมื่อผลการแข่งขันนัดสุดท้ายของสายบี 30 สิงหาคม 41 เวียดนาม ยิงได้น้อยกว่า สิงคโปร์ (เวียดนาม ชนะ มาเลเซีย 1-0 , สิงคโปร์ ชนะ ลาว 4-1) นั้นก็ทำให้ สิงคโปร์ จบด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม และ เวียดนามจบในอันดับที่ 2

เกมนัดสุดท้ายรอบแรกสายเอ ระหว่าง ไทย กับ อินโดนีเซีย กลายเป็นเกมที่ต้องชิงเหลี่ยมกันทันที เมื่อผู้ชนะจะคว้าแชมป์กลุ่มโดยมีเจ้าภาพเวียดนามเป็นคู่ต่อกร แถมยังต้องย้ายเมืองแข่งขัน จาก โฮจิมินห์ซิตี้ ไปยัง ฮานอย ที่ระยะห่างมากกว่า 1,700 กิโลเมตร แถมมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 2 วัน

หากจบด้วยอันดับสอง จะเข้าไปพบกับ สิงคโปร์ โดยปักหลักอยู่ที่เมืองเดิมไม่ต้องเดินทางไกล โดยเป็นคู่แข่งที่จะต้องเจอปัญหาเรื่องการเดินทางแทน เท่ากับว่าได้จะเปรียบค่อนข้างมาก

หากเป็น คุณ จะเลือก ?

“พอเวียดนามเข้าที่สองของอีกสายทุกอย่างก็จบ ทุกคนในทีมรู้ดีกว่าต้องเลือกทางไหน” วันกล้า ขวัญแก้ว เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเกมการแข่งขันนัดที่เป็นบาดแผลของวงการฟุตบอลไทย “มีการพูดคุยกันของทุกคนในทีม ทั้งนักเตะ โค้ช และผู้ใหญ่ที่เดินทางไปด้วยทีม ว่าผลเสมอคือสิ่งที่ดีที่สุดของเรา”

“ในมุมคนทำทีมหรือคนที่อยู่ในทีมก็ต้องเลือกทางนี้ ที่บอกว่าเราหลบเจ้าภาพนั้นไม่ใช่ เลี่ยงการเดินทางไกลต่างหาก”

“ถ้าไทยคว้าแชมป์กลุ่มเราต้องเดินทางไกล แม้ว่าจะเดินทางด้วยเครื่องบิน แต่การจัดการของเวียดนามในตอนนั้นยังไม่ค่อยดี อย่าลืมว่าประเทศเพิ่งเปิด ไม่ได้สะดวกสะบายเหมือนทุกวันนี้ ไหนช่วงเดินทางจะเป็นวันชาติของพวกเขาอีก ลี่ยงได้จะดีกว่า”

ผลเสมอคือสิ่งที่ทีมชาติไทยต้องการมากที่สุด เพราะหากแพ้ก็ยังมีโอกาสตกรอบแรกหากเวียดนามชนะ ฟิลิปปินส์ด้วยสกอร์ขาด และหากชนะทุกคนรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้น

วันที่ถูกเรียกว่า “อัปยศ”

วันที่ถูกเรียกว่า “อัปยศ”

ท้งเญิ้ต สเตเดี้ยม ณ นครโฮจิมินห์ (31 สิงหาคม 2541) ไทยพบกับอินโดนีเซีย ได้รับความสนใจจากแฟนบอลเวียดนามที่อยู่ในเมืองนี้เดินทางเข้าชมเกมการแข่งขันราวๆ 1 พันคน แน่นอนพวกเขาต้องการดูเกมที่สนุก แต่กลายเป็นว่านี่คือเกมที่น่าเบื่อมากที่สุด

“เราถือไพ่เหนือกว่า เพราะเสมอได้ แต่อินโดต้องแพ้ ก็ไม่มีใครคิดหรอกว่ามันจะกล้าทำ” วันกล้า ขวัญแก้ว ย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าว “แต่มันเริ่มแปลกๆตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว อินโดฯจัดแผนแปลกๆ ยืนตำแหน่งมั่วไปหมด ไม่เคยเห็นทีมไหนเล่นแผนนี้มาก่อน ยืนมั่วไปหมด”

“กองหลังเลี้ยงบอลขึ้นมาแดนหน้าแล้วก็เลี้ยงกลับ กองกลางเลี้ยงอย่างเดียว แล้วก็ส่งบอลคืนหลัง ส่วนไทยเราก็เล่นทรงๆ บุกแต่ไม่สร้างโอกาสยิง พวกนักข่าวที่นั่งดูก็ขำกันใหญ่เลย เหมือนมาดูบอลปาหี่อะไรเนี้ย ตอนนั้นรู้สึกตลกมากว่า”

จบครึ่งแรกสกอร์ในสนาม 0-0 เริ่มมีเสียโห่จากแฟนบอลเจ้าถิ่นที่เริ่มไม่พอใจนักเตะของทั้งสองทีมที่เล่นไม่เต็มที่

“ก็สมควรโดนโห่ แฟนบอลเวียดนามที่ซื้อตัวเขามาดูแต่มาเจออะไรแบบนี้ เสียงตะโกนด่า ของแฟนบอลเริ่มมากขึ้น แฟนบอลเริ่มไม่พอใจแล้ว พวกนักข่าวไทยที่ไปทำข่าวก็เริ่มไม่แสดงตัวว่าเป็นคนไทย เพราะกลัวจะเกิดเหตุร้าย”

นักข่าวไทยนับสิบชีวิตที่สวมเสื้อทีมชาติไทยไปทำข่าวหรือมีสัญลักษณ์ประเทศไทย พากันถอดเสื้อหรือเก็บสิ่งของต่างๆที่แสดงให้เห็นว่านี่คือนักข่าวจากไทย ชนิดที่ไม่ต้องบอกกันทุกคนไม่สามารถคาดการอะไรได้เลยในเวลานั้น

บนอัฒจันทร์ที่เริ่มวุ่นวาย แต่ภายในห้องแต่งตัวนั้นวุ่นกว่า “โค้ชเฮง”วิทยา เลาหกุล ได้ปรึกษากับ เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ที่ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมในเวลานั้น ถึงสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี ก่อนจะมีการต่อสายตรงกับมาเมืองไทย เพื่อรายงานให้ผู้ใหญ่ในสมาคมฟุตบอลได้รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ตอนนั้นก็มีสายตรงกลับไปยังเมืองไทย เพื่อเล่าถึงสถานการณ์และปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี เท่าที่สังเกตเห็นก็มีการโทรคุยกันตลอดเวลา เรียกว่ารายงานสถานการณ์วินาทีต่อวินาที”

เอฟเฟนดิ ใจมันได้

เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 7 นาที มิโร่ เบนโต ยิงให้อินโดนีเซีย ขึ้นนำ 1-0 ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะคลีคลาย เพราะความกังวลว่าทีมชาติอินโดนีเซียจะยิงเข้าประตูตัวเองถูกลบออกไป

“ตอนแรกก็กลัวว่าอินโดจะยิงประตูตัวเอง แต่พอยิงนำก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร จนไทยมายิงตีเสมอ 1-1 ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม” “กล้าปีนเกลียว” เผย

กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์ ยิงตีเสมอ น.62 ก่อนที่จะเป็น อาจิ ซานโตโซ่ ยิงประตูขึ้นนำให้อินโดนีเซีย อีกครั้งเป็น 2-1 ใน น.84 ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงแล้ว แต่… เทิดศักดิ์ ใจมั่น มายิงตีเสมอให้กับทีมชาติไทยใน น.86 ให้สกอร์กับมาเท่ากันที่ 2-2

“แ-่งเ-ี้ยจริง” วันกล้า ขวัญแก้ว อุทานขึ้น “พอเสมอ 2-2 อินโดฯก็พยายามแย่งบอลจากไทย ก็มีความคิดว่าอินโดจะเอาบอลไปยิงประตูตัวเอง แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำจริงๆ”

นาทีสุดท้ายของเกม เมอร์ซยิด เอฟเฟนดิ กองหลังอินโดนีเซีย ที่รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมที่ส่งมาจากแดนหน้าย้อนกลับแดนหลัง ส่งบอลเข้าประตูตัวเอง แถมยังปรบมือให้กับตัวเองว่าทำภารกิจสำเร็จแล้วอีกด้วย แม้ว่านักเตะไทยพยายามจะไปแย่งบอลคืนเพื่อไม่ได้ อินโดนีเซีย ทำแล้วก็ตาม แต่ไม่สำเร็จ

“ยอมใจมันเลย ก็คงต้องยอมแล้วล่ะ จะให้นักเตะไทยมายิงประตูตัวเองก็ไม่ใช่ ก็ต้องยอมให้มันไป” “กล้า ปีนเกลียว” เผย “ไอ้โย่ง (วรวุธ ศรีมะฆะ) เอาบอลกลับมาเขี่ย ก็ยัง งงๆ เลยว่าจะเอาอย่างไร จะทำไงดี แต่เวลาก็ไม่ทันแล้ว ก็ต้องปล่อยมันไป ถ้ามันทำขนาดนี้”

ตัดกลับมาที่เมืองไทย แฟนบอลชาวไทยที่รู้ข่าวก็พากันด่าทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นนักเตะไทยและอินโดนีเซีย นสพ.แทบทุกสำนักตีข่าวผลการแข่งขัน พร้อมกับพาดหัวข่าวว่า “แมตช์อัปยศ”

“ตอนนั้นก็พิมพ์ข่าวกลับมาเมืองไทยก็พยายามแก้เนื้อข่าวให้ดูดี แต่หัวหน้าข่าวพาดหัวซะแรงเลย แต่ก็เป็นเหมือนกันหมด บรรยากาศก็ยังดีอยู่เพราะนักฟุตบอลยังไม่รู้ว่าที่เมืองไทยเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

“โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล มีรอยแผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้นจนถึงวันนี้ เมื่อคือเป้าหลักในการถูกโจมตี แม้ว่าความผิดที่แท้จริงจะอยู่ที่ อินโดนีเซีย แต่ “โค้ชเฮง” ก็ถูกด่ามาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าระยะหลังๆจะมีกระแสข่าวออกมาจากอีกฝั่งว่า เป็นเพราะใบสั่งจากผู้ใหญ่ในสมาคมฟุตบอล

“ไม่มีใบสั่งจากใครหรอก… และโค้ชเฮงก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ด้วย มีการปรึกษากันในทีมทุกคนเห็นพ้องว่าถ้าเข้าที่สองจะดีกว่าที่หนึ่งที่ไม่รู้จะเจอเจ้าภาพเล่นงานอะไรบ้าง ก่อนเกมมีการแจ้งกลับเมืองไทยไปแล้วว่าต้องการผลเสมอ และมีการชี้แจงรายละเอียดไปแล้ว และทางเมืองไทยก็โอเคแล้วด้วย แต่ดันมาเกิดเรื่อง ก็ต้องมีการโยนความผิดกันไปมา จริงๆแล้วไม่มีใครผิดหรอกเรื่องนี้”

กลุ่มชาติไทยที่เอาชนะ อินโดนีเซีย 3-2 เข้ารอบเป็นอันดับที่หนึ่งของสายเอ จำต้องเดินทางบินไปยังฮานอยในตอนเช้าวันพรุ่งนี้ในทันที

แรกก็ดูราวกับว่าไม่มีอะไร พบเวียดนามก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าข่าวสารที่ประเทศไทยมาถึงแคมป์นักเตะ ทุกคนเริ่มรู้และเข้าใจดีแล้วว่าที่ประเทศไทยกระแสแรงมากมาย บรรยากาศในกลุ่มแปลงโดยทันที ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมองตกอับไปหมด เสมือนไม่ได้อยากต้องการจะเล่นในรอบถัดไปแล้ว

การเดินทางที่วุ่นวาย รวมทั้งการพบผู้จัดงานโจมตีดังที่คิดไว้ทั้งผอง เสมือนทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดให้พวกเรามีปัญหาสำหรับในการเดินทางเพื่อเมื่อยล้าที่สุด ช้าที่สุด จนกระทั่งไม่ว่างเตรียมความพร้อมสำหรับรอบรอง สภาพร่างกายที่ห่วยมองแม้กระนั้นก็ไม่เท่าจิตใจที่ไม่พร้อมเลย” วันกล้า ขวัญแก้ว เปิดเผย

กลุ่มชาติไทยลงไปในสนามรอบตัดเชือกเจอกับผู้จัดงานเวียดนาม ณ หมีดิ่ญ สเตเดี้ยมที่มีคนรักบอลเจ้าถิ่นมาเชียร์นักฟุตบอลเวียดนามกันจนกระทั่งเต็มปริมาตร และก็มีผู้คนอีกเยอะมากเข้าสนามมิได้ พวกเขาอยากได้ชนะกลุ่มชาติไทยเพื่อฉลองวันชาติย้อนไป24 ชั่วโมง

กลุ่มชาติเวียดนามที่ได้เสียเชียร์จากแฟนบอลตนเองเป็นข้างเอาชนะกลุ่มชาติไทย 3-0 ผ่านไปสู่รอบชิงแชมป์ได้เสร็จ ส่วนกลุ่มชาติไทยจำเป็นต้องบินลงใต้ไปพบอินโดนีเซีย ที่โฮจิมินห์สิตี้

พวกเราก็สู้สุดกำลังสุดแท้แต่ด้วยเหตุหลายด้านทำให้พวกเราแพ้ ซึ่งความแพ้พ่ายในวันนั้นก็ทำให้วุ่นวายมากยิ่งขึ้น เริ่มมีการกล่าวร้ายและก็หาคนผิดสำหรับความไม่ประสบผลสำเร็จของกลุ่ม ถ้าหากพวกเราชนะเวียดนาม แล้วก็ได้แชมป์ ความเสียหายหัวข้อนี้ก็อาจจะลดน้อยลง หรือบางบางครั้งอาจจะไม่มีผู้ใดกล่าวด้านลบเลยก็ได้ แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าพวกเราแพ้

ทีมชาติไทยกลับไปเจออินโดนีเซียอีกครั้งที่สนามเดิม เกมจบลงด้วยผลเสมอ 3-3 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ก่อนจะเป็น อินโดนีเซีย ที่เป็นฝ่ายเอาชนะไป 5-4 (สกอร์รวม 8-7) ส่งผลให้ไทยคว้าอันดับที่ 4 ของการแข่งขัน ขณะที่เกมนัดชิงชนะเลิศ เจ้าภาพ เวียดนามพ่ายให้กับ สิงคโปร์ 0-1 อกหักซวดแชมป์อย่างที่พวกเขาฝันเอาไว้

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงเรื่องราวนี้หลายครั้ง บางคนบอกว่า “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล คือคนผิด บางคนบอกว่ามีคนอยู่เบื่องหลังคอยสั่งการ ต่างคนก็ต่างพูดไปต่างๆนาๆ เพื่อหาคนผิด

ทั้งที่จริงๆแล้ว เรื่องนี้อาจจะไม่มีคนผิดเลยด้วยซ้ำ ยกเว้น ไอ้เมอร์ซยิค เอฟเฟนดิ นักเตะผู้หาญกล้ายิงประตูตัวเอง

Powered by UFABET


แฮปปี้กับฟอร์มในครึ่งแรกของเกมที่คว้าชัยเหนือ รัสเซีย 3-0

โยอาคิม เลิฟ ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติเยอรมนี ระบุ แฮปปี้กับฟอร์มในครึ่งแรกของเกมที่คว้าชัยเหนือ รัสเซีย 3-0

ยูฟ่าเบท พร้อมชม ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางอนาคตไกลจาก เลเวอร์คูเซ่น ด้วย

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี กล่าวชมสมาชิกที่ทำผลงานได้ดิบได้ดีในตอนครึ่งแรก ในเกมฝึกซ้อมที่พวกเขาเปิดรัง เร้ดบูลล์ อารีน่า เอาชนะ รัสเซีย 3-0 ในเกมฝึกซ้อม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 เดือนพฤศจิกายน ก่อนหน้าที่ผ่านมา

ลีรอย ซาเน่ ทำแต้มขึ้นนำให้เจ้าถิ่นตั้งแต่นาทีที่ 8 ก่อนที่จะ เยอรมนี จะได้ลูกลำดับที่สองจาก นิคลาส ซือเล่ ในนาทีที่ 25 รวมทั้งกองทัพ “อินทรีเหล็ก” ก็มาได้ลูกจบท้ายจาก แซร์จ นาบรี้ ในนาทีที่ 40 ทำให้กลุ่มแชมป์โลก 4 ยุค เกิดกำลังใจที่ดีก่อนออกศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ลีก เอ กรุ๊ป 1 นัดหมายดวลกับ ฮอลแลนด์ วันจันทร์ที่ 19 เดือนพฤศจิกายนนี้

“พวกเราเล่นเจริญในตอนครึ่งแรก พวกเราครอบครองเกมเอาไว้ก้าวหน้า หลายเกมก่อนหน้าที่ผ่านมาพวกเราโดนวิภาควิจารณ์อย่างมากจากการที่ไม่ยินยอมขึ้นเกมจากดินแดนข้างหลังโดยตรง ซึ่งในวันนี้พวกเราทำแบบนั้นได้บ้าง พวกเราสร้างจังหวะการเล่นที่ดี รวมทั้งทำ 2 ประตูที่สวยๆได้จากกระบวนการทำอย่างงั้น ในช่วงหลังพวกเราขึ้นเกมได้ไม่ดีเหมือนเดิม ซึ่งมันคือเรื่องธรรดาเนื่องจากว่าพวกเราสลับตัวนักฟุตบอลผู้คนจำนวนมาก พวกเราครอบครองเกมได้ไม่ดีเท่าในครึ่งแรก” เลิฟ ระบุ

ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันออกโรงชมเชย ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วย ที่เล่นก้าวหน้ามากมายๆ”วันนี้เขาทำให้ผมติดใจ เขาครอบครองบอลได้แน่นแฟ้นมากๆแล้วก็ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีในตอนเล่นเกมบุก”

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

ลิเวอร์พูลแจงแล้ว หลังมีข่าวสนทุ่มคว้าเดมเบเล่ร่วมทีม

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าวสาร หงส์แดง

เว็บ UFABET ไม่คิดที่จะเอา อุสมาน เดมเบเล่ ดาวเตะ บาร์เซโลน่า มาเสริมแข็งในตอนม.ค.นี้ เนื่องจากเวลานี้แนวรุกก็มากมายเพียงพอสำหรับเพื่อการลุ้นแชมป์แล้ว

หงส์แดง ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่สนใจที่จะคว้าตัว อุสมาน เดมเบเล่ กองหน้าชาวประเทศฝรั่งเศสของ บาร์เซโลน่า มาร่วมทีมในตลาดซื้อ-ขายนักฟุตบอล รอบสอง ตอนมกราคมนี้อะไร ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อมีชื่อของเมืองผู้ดี

เดมเบเล่ กลายเป็นข่าวสารเกี่ยวกับการย้ายกลุ่มอย่างมาก ภายหลังที่เขายังไม่สามารถที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงในกองทัพ “อาซูลกราน่า” ได้เลย นับจากที่ย้ายมาอยู่กับกลุ่มเมื่อปี 2017 แถมว่ากันว่าเขามีปัญหาเรื่องระเบียบอย่างมากด้วย เป็นต้นว่าการไม่ยินยอมมาฝึกโดยที่ไม่แจ้งให้ทราบก่อนว่าเขาป่วยไข้ แล้วก็มาเชียร์เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มที่สนามสาย ฯลฯ โดยที่ “ลิเวอร์พูล” ยอดเยี่ยมในกลุ่มที่มีข่าวสารกับอดีตกาลหน้าแข้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

แม้กระนั้น ปัจจุบัน เดอะ มิร์เรอร์ ตีข่าวสารว่า หงส์แดง ไม่สนใจในตัว เดมเบเล่ อะไร ด้วยเหตุว่าขณะนี้พวกเขามีตัวเลือกในแนวรุกให้ใช้งานเยอะแยะพอใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น 3 ตัวหลักอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แล้วก็ ซาดิโอ มาเน่ แถมยังมีกำลังหนุนอย่าง เซอร์ดาน ชากิรี่ กับ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ให้ใช้งานอีก

นอกนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ หงส์แดง ก็ตั้งอกตั้งใจที่จะให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งได้มีส่วนร่วมกับกลุ่มชุดใหญ่ขณะที่เขาหายเจ็บข้อเท้าในตอนปีใหม่ด้วย ซึ่งที่ปรึกษาชาวเยอรมันเห็นว่าขุมกำลังแนวรุกระดับนี้ดีพอเพียงสำหรับเพื่อการลุ้นแชมป์แล้ว

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

 

Joe Cole ,สมัครUFABET, UFABET, ยูฟ่าเบท, เว็บUFABET, สมัครแทงบอลUFABET, แทงบอลออนไลน์, แทงบอลเงินสด, สูตรแทงบอล

ปิดตำนาน “The Next Gazza” : 20 ปี บนฟอร์หญ้าของชายชื่อ “โจ โคล”

อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ,เวสต์แฮมและเชลซีอย่าง โจ โคล ได้ประกาสการแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการบนวัย 37 ปี เมื่อวันที่ 13 พฤษจิกายน ที่ผ่านมา

 

10 แข้งค่าตัวแพงสุดตลอดกาล “กัลโช เซเรีย อา”

ใครคือ 10 ยอดแข้งที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์กัลโช เซเรีย อา เรารวบรวมมาให้คุณชมถึงที่

ย้ายจาก : ยูเวนตุส
ไป : เอซี มิลาน
ปี : 2001

กองหน้าผู้มีเปาโล รอคอยซี รวมทั้งมาร์โก แวน บาสเทน เป็นขวัญใจวัยเด็ก ตกลงใจย้ายจากยูเวนเหม็นตุสมาเล่นให้เอซี มิลาน ภายหลังที่จะต้องกลายเป็นผู้เล่นสำรองของ ดาวิด เทเซเกต์ กองหน้าตัวใหม่ของม้าลายตอนนั้น

ตลอดชีพค้าหน้าแข้ง 11 ฤดูในซานสิโร อินซากี้ก็ชี้ให้เห็นว่าเพราะอะไรไม่ลานถึงยอมควักเงินชำระเงินปริมาณนี้มาเป็นค่าตอบแทนเขา ด้วยการยิงไปทั้งนั้น 126 จากการลงสู่สนามทั้งปวง 300 นัดหมายให้สีเสื้อแดงดำ ในปริมาณนั้นเป็นประตูหลักๆอยู่นับไม่ถ้วน กล่าวได้ว่าทดแทนคุ้มทุกบาททุกเงินทีเดียว

ย้ายจาก : ปาร์มา
ไป : ยูเวนตุส
ปี : 2001

อดีตกองหลังที่ได้รับการขนานนามว่าดีที่สุดในโลกย้ายมาร่วมก๊วนยูเวนตุส ภายใต้การคุมทีมของมาร์เซโล ลิปปี้ ซึ่งเต็มไปด้วยแนวรับระดับโลกอยู่ในทีมมากมาย ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงมากทีเดียวสำหรับกองหลังสักหนึ่งรายในสมัยนั้น

ตลอดเวลา 5 ปีที่เล่นให้ม้าลาย ตูรามคว้าแชมป์กัลโช เซเรีย อา ได้สองสมัย, ซูเปอร์ โคปา อิตาเลีย อีกสองสมัย ก่อนจะตัดสินใจย้ายไปเล่นให้บาร์เซโลนา หลังจากที่ยูเวนตุสต้องตกชั้นไปอยู่เซเรีย บี จากคดีล็อคผลการแข่งขันอันแสนโด่งดังนั่นเอง

ย้ายจาก : ฟิออเรนตินา
ไป : โรมา
ปี : 2000

ดาวยิงกลุ่มชาติประเทศอาร์เจนตินาย้ายจากกลุ่มม่วงมหารอยดำ ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่สร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ของเขาในลีกดินแดนมะกะโรนี ไปเล่นให้สุนัขป่าที่โรม ร่วมกับรานเชสโก ต็อตติเตียน และก็วินเซนโซ มอนเตลา เพื่อสร้างแนวรุกมหารอยแดงที่ใครๆก็กลัวเกรงตรงนั้น รวมทั้งได้แชมป์ลีกที่เขาคอยได้โดยทันทีในช่วงฤดูกาลแรกที่ย้ายไปร่วมกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ด้วยวัยที่โรยราลงไป นำมาซึ่งการทำให้เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเร่าร้อนกับโรมาได้เพียงแต่ฤดูเดียวเพียงแค่นั้น ก่อนที่จะฟอร์มตกในอีกสองฤดูต่อมา และก็ถูกปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อินเตอร์ มิลาน เอาไปใช้งานต่อสุดท้าย

ย้ายจาก : ลาซิโอไป : ยูเวนตุสปี : 2001

ไดนาโมกลุ่มชาติเช็คที่เข้ามาเพื่อชดเชยการขาดหายไปของซีเนดีน ซีดาน เนดเวดย้ายจากลาสิโอมาเล่นให้ม้าลายด้วยค่าจ้าง 29 ล้านปอนด์ พร้อมพาทีมครอบครองแชมป์กัลโช เซเรีย อา แบบเป็นทางการ ยุค รวมทั้งเกียรติยศส่วนตัวที่สูงที่สุดเป็นการคว้าบัลลงดอร์เมื่อปี 2003 มาครอบครองได้เสร็จ

เนดเวดทดแทนทุกบาททุกเงินในยูเวนตุๆจ่ายไปได้อย่างคุ้ม ด้วยฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอรวมทั้งการยิงไกลอันสะดุดตาของเขา รวมทั้งยังยอมลงไปเล่นในเซเรีย บีกับกลุ่มอยู่หนึ่งฤดู ก่อนที่จะห้อยสตั๊ดสุดท้ายเมื่อปี 2008-09

ย้ายจาก : บาเลนเซียไป : ลาซิโอปี : 2001

จอมเคล็ดลับกลุ่มชาติประเทศสเปนย้ายจากบาเลนเซีย สมาพันธ์ที่เขาสร้างชื่อมาเล่นในอิตาลีกับลาสิโอ ซึ่งพึ่งเสียสองกำลังสำคัญอย่าง ฮวน เซบาสเตียน เวรอน แล้วก็พาเวล เนดเวด ไปหมาดๆแต่ว่าเจ้าตัวกลับโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังบนแผ่นดินอิตาลี เมื่อลงไปในสนามรวมไปทั้งหมดทั้งปวง 27 นัดหมาย ทำแต้มมิได้เลย ก่อนที่จะเก็บกระเป๋ากลับไปเล่นให้บาร์เซโลนาในแผ่นดินกำเนิด ภายหลังจากเล่นให้อินรีฟ้าขาวเพียงแต่ฤดูเดียวเพียงแค่นั้น

ย้ายจาก : ฟิออเรนตินาไป : เอซี มิลานปี : 2001

หนึ่งปีภายหลังที่กาเบรียล บาตำหนิสตูต้า ย้ายออกจากฟิออเรนตำหนิที่นาไปโรมาผู้นำกองทัพเลข 10 ผู้เป็นตำนานคู่กับดาวยิงอาร์เจนไตน์ก็เก็บกระเป๋าออกมาจากสมาพันธ์ที่นี้เพื่อย้ายไปเล่นให้เอซี มิลาน และก็นับว่าเป็นนักฟุตบอลที่มีความจำเป็นไม่น้อยต่อ แชมป์กัลโช เซเรีย อา, 1 แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกรวมทั้งวัวขว้าง อิตาเลีย,ซูเปอร์ วัวขว้าง อิตาเลีย และก็ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อีกอย่างละ ใบของกลุ่มรอคอยโซเนรี

ในวันที่รุ่งเรือง เขานับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำกองทัพเลขลำดับ 10 ที่เยี่ยมที่สุดในโลกด้วยลูกจ่ายสุดฉมัง รวมทั้งแม้ว่าจะจำต้องกลายเป็นผู้เล่นสำรองของกาก้าในคราวหลังแต่ว่า ฤดูในซานสิโร ของ รุย คอสต้า ก็จำต้องนับว่าบรรลุผลสำเร็จจำนวนมาก

ย้ายจาก : ลาซิโอไป : อินเตอร์ มิลานปี : 1999

ศูนย์หน้าตัวอันตรายที่ร่อนเร่พเนจรไปค้าหน้าแข้งในหลายสมาพันธ์ แล้วก็ถูกปัญหาเจ็บก่อกวนบ่อยมาก แต่ว่าผู้ใดกันแน่ที่เคยดูการเล่นในสนามของเขาจะทราบว่าวิเอรีเป็นดาวยิงที่ร้ายกาจแค่ไหน รวมทั้งโน่นเป็นเหตุผลที่อินเตอร์ มิลาน ตกลงใจควักเงินในกระเป๋าจ่ายลาสิโอด้วยค่าตอบแทนถึง 32 ล้านปอนด์ ซึ่งนับว่าเป็นสถิติโลกณ ตอนนั้น

วิเอรีบางทีอาจได้เพียงแต่แชมป์วัวขว้าง อิตาเลีย กับอินเตอร์ มิลาน ในปี 2004-05แต่ว่าด้านชื่อเสียงส่วนตัวนั้น เขาเคยเป็นอีกทั้งนักฟุตบอลเยี่ยมยอดของอิตาลี รวมทั้งดาวซัลโวกัลโช เซเรีย อา มาแล้ว

ย้ายจาก : ปาร์มาไป : ยูเวนตุสปี : 2001

ในวันที่ยูเวนตุๆปลดปล่อยซีเนดีน ซีดาน ไปให้เรอัล มาดริด หลายๆคนสังเกตว่ากองทัพม้าลายจะเดินหน้าไปทางไหนเมื่อสูญเสียผู้นำกองทัพลำดับที่หนึ่งของโลกไปให้พระราชาชุดขาว แต่เปลี่ยนเป็นว่าเบียงวัวเนรีได้กำไรจากตลาดนักฟุตบอลในปีนั้นแบบพรั่งพร้อม เมื่อพวกเขาคว้าอีกทั้ง กองกลางผู้ก้าวขึ้นไปคว้าบัลลงดอร์ได้หนึ่งยุคอย่าง พาเวล เนดเวด, กองหลังสุดแข็งอย่างลิลิยง ตูราม และก็มือกาวเลขหนึ่งของโลกของจานฝ่าจิ บุฟอน มาตอบแทน

บุฟอนนับว่าเป็นนายทวารที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างแน่นแฟ้นแล้วก็เป็นประจำตลอด 13ฤดูที่อยู่กับชมรมที่นี้ รวมทั้งการบรรลุเป้าหมายทั้งยังในทางของกลุ่มและก็ส่วนตัวอีกไม่มากมาย คงจะไม่ต้องชี้แจงเพิ่มเติมอีกแล้วว่ายูเวนตุๆกระหยิ่มใจกับการได้บุฟอนมาร่วมทีมมากน้อยแค่ไหน

ย้ายจาก : เรอัล มาดริดไป : นาโปลีปี : 2013

จากตอนต้นที่แฟนบอลอาร์เซนอลต่างมุ่งมั่นว่า พวกเขาจะจับตัวได้ศูนย์หน้าอาร์เจนไตน์ ผู้เป็นส่วนเกินในซานติเตียนอาโก เบร์นาบิวมาร่วมทีม กลายเป็นว่านาโปลีคือผู้ที่ปาดหน้าคว้าตัวอิกวาอินมาตอบแทนการจากไปของ เอดินสัน คาวานี ได้อย่างเร็วด้วยค่าตอบแทนถึง 34.5 ล้านปอนด์

ฤดูแรกของดาวเตะวัย 26 ปีบแผ่นดินอิตาลี เขาระเบิดไปแล้ว 17 ประตูในลีกจากการลงเล่น 31 นัดหมาย จำเป็นต้องจัดว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับกองหน้าสักราย

ย้ายจาก : ปาร์มาไป : ลาซิโอปี : 2000

อีกหนึ่งกองหน้าอัจฉริยะที่กัลโช เซเรีย อา รู้จักพิษสงเขาอย่างดีเยี่ยม เฮอร์นานเครสโป ย้ายจากขว้างร์มาไปลาสิโอ เมื่อปี 2000 ซึ่งทำให้เขาแปลงเป็นนักฟุตบอลที่ค่าตอบแทนแพงที่สุดในเซเรีย อา จนกระทั่งปัจจุบันนี้

อย่างไรก็แล้วแต่ เครสโปค้าหน้าแข้งอยู่กับอินรีฟ้าขาวได้เพียงแค่สองฤดู ก่อนจะถูกปล่อยไปให้อินเตอร์ มิลาน เพราะสมาคมมีปัญหาทางการเงิน อย่างไรก็แล้วแต่ เขาก็ยังทำเป็นถึง 39 ประตู จาก 54 นัดหมายในลีก ซึ่งจัดว่าเยี่ยมที่สุดพอได้ทีเดียว

Powered by UFABET

“ซูเปอร์กลาซิโก้” ในนัดชิง โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส

ในที่สุดศึกชิงแชมป์สโมสรอันดับหนึ่งแห่งทวีปอเมริกาใต้อย่าง โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ก็มาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว โดยเป็นการพบกันระหว่างตัวแทนจากอาร์เจนติน่าทั้งสองทีม โบคา จูเนียร์ และ ริเวอร์ เพลท

 

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ พลิกเอาชนะ ไบรท์ตัน ที่เหลือผู้เล่น 10 คน

เว็บ UFABET คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ พลิกเอาชนะ ไบรท์ตัน ที่เหลือผู้เล่น 10 คน

ยูฟ่าเบท 2-1 จากประตูชัยของ โซล แบมบา ในช่วงต่อเวลาพิเศษเจ็บ ช่วยทำให้ทีมจากแคว้นเวลส์เก็บชัยนัดที่สองของฤดูขึ้นไปรั้งชั้น 16 ของตารางพ้นโซนตกชั้น ในบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอนวันที่ 10 พฤศจิกายน 61

บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
คาร์ดิฟฟ์ 2-1 ไบรท์ตัน
วันที่ 10 พ.ย. 61

สนาม : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม

คาร์ดิฟฟ์ เปิดรังพบกับ ไบรท์ตัน เกมในครึ่งแรกเล่นไปเพียงแค่ 6 นาทีเพียงแค่นั้นแฟนบอลทีมเยือนได้เฮเมื่อ ซอลลี่ มาร์ช เปิดบอลเข้าไปให้ ลูอิส ดังค์ โหม่งจากทางด้านขวาระยะ 6 หลา เข้ามุมซ้ายให้ไบรจ์ตันนำ 1-0

นาทีที่ 28 คัลลัม แพเทอร์สัน โหม่งระยะจ่อๆเข้าไปให้คาร์ดีฟฟ์ตีเสมอเป็น 1-1 รวมทั้งนาทีที่ 34 เดล สตีเฟ่นส์ ทำฟาวล์ผู้เล่นคาร์ดิฟฟ์อย่างหนักทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปทีมเยี่ยมเหลือผู้เล่น 10 คน

ภายหลังไบรท์ตันเหลือผู้เล่นน้อยกว่าทางคาร์ดิฟฟ์รีบเกมรุกเข้าใส่มากยิ่งกว่าเดิมได้โอกาสหลายคราวแต่ว่าก็พลาดรวมอีกทั้งช่วงต่อเวลาพิเศษ คาดีม แฮร์ริส ส่งบอลให้ วิคเตอร์ กามาราซา ยิงด้วยเท้าขวาจากนอกกรอบจุดโทษแต่ว่าโดนบล็อคก่อนที่จะจบครึ่งแรกเท่ากันอยู่ 1-1

ช่วงหลัง เป็นคาร์ดิฟฟ์ ที่ได้เปรียบเรื่องตัวนี้ผู้เล่นครอบครองบอลบุกเข้าใส่อย่างมากจนมาได้ประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษเจ็บ คาร์ดิฟฟ์ ได้บุกขึ้นไปในจุดโทษลูกโกลาหลบอลกระเด้งไปเข้าทางของ โซล แบมบา ยิงซ้ำเข้าไปให้คาร์ดิฟฟ์เปิดรังเอาชนะ ไบรท์ตันไป 2-1

รายนามผู้เล่นทั้งคู่กลุ่ม

คาร์ดิฟฟ์ : นีล เอเธอริดจ์, บรูโน่ เอเกเอเล มองกา, ฌอน มอร์ริสัน, โซล แบมบา, เกร็ก คันนิ่งแฮม, วิคเตอร์ กามาราซา, อารอน กุนนาร์สสัน, โจ รอลล์ส(บ๊อบบี้ รีด น.76),คาดีม แฮร์ริส(ลี เพลเทียร์ น.70),จอช เมอร์ฟี่(จูเนียร์ ฮอยเลตต์ น.72),คัลลัม แพเทอร์สัน

ไบรท์ตัน : แม็ต ไรอัน, มาร์ติน มอนโตยา, เชน ดัฟฟี่, ลูอิส ดังค์, เกตาน บอง, อองโตนี น็อคการ์ต, เดล สตีเฟ่นส์, เบราม กายาล, โชเซ่ เอริแบร์โต้ อิซกีเอร์โด้, ซอลลี่ มาร์ช(อีฟส์ บิสซูมา น.34), เกล็นน์ เมอร์เรย์(ฟลอริน อันโดเน น.63)

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

แค่สะใจทำไมต้องโกรธ ! รวมลีลากวนๆ มูรินโญ่

ยูฟ่าเบท โชเซ่ มูรินโญ่ ชื่อนี้ต้องยกว่าเป็น “เดอะ สเปเชียล วัน” จริงๆ

เว็บ UFABET เพราะว่านอกเหนือจากจะมีกึ๋นสำหรับการจัดวางแท็กติคประมือกับคู่ต่อสู้แล้ว การแสดงความสาแก่ใจหรือการฉลองการบรรลุเป้าหมายของเจ้าตัว ทรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์สำหรับเพื่อการยียวนกวนใจคู่ต่อสู้มาแล้วหลายต่อหลายครา

ปัจจุบันที่เมืองตูริน เจ้าตัวก็ยังคงรักษามาตรฐานความเกรียนถึงแม้อายุจะเยอะขึ้นเรื่อยๆก็ไม่เป็นผล แน่นอนว่าการแสดงกริยาในเชิงเยาะเย้ยไม่ว่าจะกับคู่แข่งขัน หรือกับแฟนบอลย่อมส่งผลกระทบมากกว่า แต่ว่าเมื่อมนุษย์เรามันเกิดอาการสาแก่ใจจะให้ทนเก็บอารมณ์เอาไว้ทำไม งานนี้มันจะต้องระบายออกมา !!!

สำหรับสถานะการณ์หลังเกมกับ ยูเวนตุส ไม่ใช่ครั้งแรกเนื่องจากว่า “เฮียมู” ผ่านสนามรบเฉียดฉิว…..(เติมเอง) มาแล้วหลายครั้ง แต่ว่ามั่นใจว่านี่ก็อาจไม่ใช่คราวสุดท้าย และอาจจะได้มองเห็นท่าทางเด็ดๆอีกในเกมดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ วันอาทิตย์นี้ก็ได้

– วิ่ง 100 เมตรในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

การสังสรรค์ชัยครั้งแรกของ มูรินโญ่ ที่ฮือฮาและได้รับการจดจำเป็นอย่างมากเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล 2003-04 ในขณะที่เขาจับบังเหียน เอฟซี ปอร์โต้ ลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมด้วยคว่ำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบน็อกเอาต์ ซึ่งบอกเลยว่าหลังจบแมตช์นี้โคตรดราม่าจริงๆ

ภายหลังเกมแรกที่ชนะ 2-1 ในบ้านปอร์โต้ ดูเหมือน “ผีแดง” เป็นต่อจากอะเวย์โกล และก็ในเกม 2 พวกเขาขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกซึ่งถ้าผลที่ได้รับจากการแข่งขันจบอย่างนี้ แมนฯ ยูฯ จะได้ผ่านเข้ารอบต่อไปจากกฎประตูทีมเยือน แต่ว่าแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็สลายในพริบตาเมื่อ คอสตินญ่า ตีเสมอให้ผู้มาเยือนในนาทีสุดท้าย

เวลานี้ มูรินโญ่ วิ่งแบบไม่คิดชีวิตจากซุ้มม้านั่งสำรองไปที่มุมธงเพื่อร่วมยินดีกับผู้ร่วมทีม โดยชอตนั้นสาวก “ผีแดง” ไม่มีทางลืม เพราะว่าเมื่อจบเกม ปอร์โต้ ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป ด้วยสกอร์รวม 2 แมตช์ 3-2 ที่สำคัญพวกเขายังจบด้วยการครอบครองแชมป์อีกต่างหาก

 

– ท่าทางยั่วยวนกวนประสาทในถิ่นคัมป์ นู ครั้งแรก

ที่ปรึกษาชาวโปรตุกีส เปลี่ยนเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของสาวก “เจ้าบุญทุ่ม” มานานนมก่อนจะรับงานจับบังเหียน “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ด้วย เพราะว่าหัวข้อนี้เริ่มในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อต.ค. 2006 ในเวลาที่ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา ซัดประตูในนาทีที่ 90 ให้กับ เชลซี แล้วก็เวลานี้ มูรินโญ่ ก็โคตรสะใจด้วยการคุกเข่าฉลองการบรรลุผล นั่นเป็นต้นกำเนิดที่การรังเกียจชายชื่อ “เฮียมู” ของเหล่าสาวกบาร์ซ่า

 

– สะใจไม่แคร์เจ้าบ้าน

ถ้าเกิดนับรวมการฉลองการบรรลุผลของ มูรินโญ่ แล้ว บางครั้งในแมตช์นี้น่าจะเป็นการแสดงความสะใจที่สุดจะบรรยายจริงๆโดยณ เวลานั้นเขานำ อินเตอร์ มิลาน บุกถิ่นคัมป์ นู แล้วก็สามารถปราบ บาร์เซโลน่า ได้ชนิดหักปากกาเซียน พร้อมด้วยซื้อตั๋วไปสู่รอบชิงแชมป์ที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว อย่างยิ่งใหญ่

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวจากปากตุลาการสนาม มูรินโญ่ ได้วิ่งราวกับเด็กน้อยเข้าไปในสนามพร้อมทั้งชูหมัดขึ้นมารวมทั้งชี้ไปที่แฟนบอล “งูใหญ่” โดยในจังหวะนั้น บิคตอร์ บัลเดส ผู้เฝ้าประตูเจ้าของบ้านวิ่งเข้ามาห้ามด้วยเหตุว่าเหมือนเป็นการยั่วยุสาวกบาร์ซ่า แต่ว่า “เฮียมู” ไม่สนใจจนทั้งสองแทบมีเรื่องมีราวฟาดปาก ต่อไปด้านในสนามก็เปิดสปริงเกอร์ฉีดน้ำเช่นเดียวกันกับเป็นการไล่ผู้มาเยือนให้รีบๆกลับอิตาลีไปซะที

 

– ขี่หลังลืมวัย

นี่เป็นหนึ่งสำหรับการฉลองที่เฮฮามากๆสำหรับผู้ที่ได้มองเห็นในเกม ลา ลีกา เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ภายหลังที่นำ เรอัล มาดริด เก็บชัยที่เมสตาย่าในพ.ย. 2011 โดย มูรินโญ่ ได้โชว์ท่าทางความน่ารักน่าเอ็นดูด้วยการวิ่งไปกระโจนขี่หลัง โฆเซ่ กาเยฆ่อน นักฟุตบอลสำรองที่ยืนวอร์มอยู่ข้างสนาม พร้อมด้วยกำมือสะใจ ซึ่งแนวทางการทำอย่างนั้นเป็นการแจกความสดใสให้กับแฟนลูกหนังดีแท้

 

– ฉลองต่อหน้าต่อตาซุ้มม้านั่งสำรองบียาร์เรอัล

ในปี 2011 มูรินโญ่ ที่จับบังเหียน เรอัล มาดริด นำทีมลงสู่สนามในเกมลีกที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต่อกร บียาร์เรอัล โดยเจ้าตัวแสดงความยินดีที่ “ราชันชุดขาว” ได้ประตูที่สี่จาก ริคาร์โด้ กาก้า ด้วยการยกแขนกำมือที่ข้างหน้าอรรธจันทร์ ที่จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนกับว่าธรรมดาไหม ? ไม่เลยเนื่องจากปัญหามันอยู่ตรงที่ “เฮียมู” เลือกทำตรงหน้าซุ้มสำรองของ “เรือดำน้ำเหลือง”

มูรินโญ่ บอกเหตุผลแบบสีข้างถลอกปอกเปิกว่า “ผมสัญญากับลูกชายว่าผมจะฉลองประตูให้กับเขาเนื่องจากเขานั่งอยู่ที่ด้านหลังซุ้มม้านั่งสำรองของทีมเยือน”

 

– ลีลาท่าทางสไลด์หัวเข่าเกมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

มูรินโญ่ แสดงกริยาเสมือนที่เคยทำในช่วงเวลาที่เล่นในถิ่นคัมป์ นู อีกที โดยคราวนี้เกิดขึ้นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2012 เวลาที่เขาจับบังเหียน เรอัล มาดริด เจอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยในนาทีที่ 90 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดประตูชัยให้ทีม และก็ในขณะนี้ ที่ปรึกษาเลือดฝอยทอง ก็โชว์ท่าทางวิ่งสไลด์หัวเข่าเข้าไปในสนามสำหรับเพื่อการแข่งขันที่ปลูกด้วยต้นหญ้าแสนนุ่มเหมือนกับผ้าไหม โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าหัวเข่าจะถลอกปอกเปิกเสมือน เอแด็น อาซาร์ !!

บอกตามจริงความประพฤติของ มาร์โก ยานนี่ สตาฟ์ผู้ฝึกสอนเชลซี ที่ออกอาการสะใจซึ่งๆหน้า มูรินโญ่ ขณะที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ได้ประตูตีเสมอในนาทีสุดท้ายเลย นับว่าเด็กๆเมื่อเทียบกับความประพฤติกวนประสาทของ มูรินโญ่ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

10 แข้งดังที่เคยเป็นนักเตะของ เปสคาร่า

เมื่อแฟนๆลูกหนังนึกถึงฟุตบอลอิตาลี ชื่อของ เดลฟิโน่ เปสคาร่า 1936 อาจจะไม่เป็นคุ้นหูหรือนึกถึงเป็นอันดับแรกๆมากเท่าไหร่ ถ้าหากนำไปเทียบกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกอย่าง ยูเวนตุส, เอซี มิลาน และ อินเตอร์ ก็ยิ่งแล้วใหญ่


ซึ่งเรื่องจริงแล้ว พวกเขาก็ไม่มีอะไรที่จำเท่าไรนัก นับจากจัดตั้งขึ้นสมาพันธ์มา 80 ปีที่ผ่านมา เปสค้างร่าทำเป็นเพียงแค่วนเวียนขึ้นลงอยู่ในเซเรีย บี แล้วก็ ซี ในลีกดินแดนรองเท้าบุบโคนยู่ปกติอยู่แล้ว แต่ ในตอนหลายปีก่อน เปสติดอยู่ร่ามีชื่อเสียงจากแฟนคลับลูกหนังเพิ่มมากขึ้น ภายหลังเลื่อนชั้นมาเซเรียอาถึง ครั้งใน ปีหลังสุด

หากแม้ในด้านหลังฤดู 2012-13 พวกเขาจำเป็นต้องตกชั้นไป แต่ว่าโดยรวมแล้วเปสติดอยู่ร่าก็ได้ทำเป็นน่าประทับใจพอเหมาะพอควร แม้ว่าจะจำต้องเสียผู้เล่นตัวหลักไปๆมาๆกก่อนเริ่มฤดูนั้นก็ตามที่เป็นอย่างนั้นเพราะเหตุว่าภายหลังที่โชว์ฝีเท้าได้สะดุดตาในสีเสื้อฟ้าขาว ผู้เล่นคนจำนวนไม่น้อยในกลุ่มเลือกที่จะย้ายไปกลุ่มที่ใหญ่รวมทั้งดียิ่งกว่า ซึ่งมีหลายๆคนที่เติบโตกับกลุ่มมาตั้งแต่ชุดเยาวชน บางบุคคลก็ย้ายมาจากที่อื่นๆ ไม่ก็มาค้าหน้าแข้งตรงนี้เนื่องจากว่าข้อตกลงยืมตัว

โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ จะพาทุกคไปย้อนนึกถึง 10 นักฟุตบอลที่เคยมาฉายแววเด่นกับเปสติดอยู่ร่าในตอนหลายปีที่ผ่านเลยมากัน


มาร์โก แวร์รัตติ

ย้ายมาจาก : ทีมเยาวชน

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 77 นัด (2 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : เปสคาร่า,เปแอชเช

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : 10.2 ล้านปอนด์

แม้ว่าจะโดนจับตามงอปิ้งสนิทสนมจากยอดกลุ่มยักษ์ใหญ่จากเมืองไม่ลานอีกทั้ง 2กลุ่ม ในตอนวัยรุ่น ทว่า มาร์โก แวร์รัชนี เลือกที่จะเซ็นสัญญากับสมาคมรกรากอย่างเปสค้างร่าในวัย 16 ปี รวมทั้งก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวจริงยางรวดเร็วทันใจ

ในทีแรกๆนั้น แวร์รัตเล่นเป็นกองกึ่งกลางตัวรุก ก่อนจะถูกซเดเน็ค ซีแมน ผู้จัดการทีมฟุตบอลกลุ่มปลาโลมาน้อยในเวลานั้นปรับให้เปลี่ยนเป็นมิดฟิลด์สุดกำลังในช่วงฤดูกาล2011-12 ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างเลิศเลอกระทั่งช่วยใหกลุ่มลางเลือนชั้นขึ้นไปเล่นในเซเรีย อาได้เสร็จ

ด้วยฟอร์มที่เด่นเกินคนไหนกันแน่ทำให้แวร์ราตรีได้รางวัลผู้เล่นเยี่ยมยอดประจำเซเรีบี ในปีนั้น และก็ได้ย้ายไปเล่นในประเทศฝรั่งเศสกับเปแอชเชในเวลาถัดมา ซึ่งตรงนั้นช่วยทำให้เจ้าตัวปรับปรุงฝีเท้ากระทั่งเปลี่ยนเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีเยี่ยมที่สุดในโลก ณ ขณะนี้


ชิโร่ อิมโมบิเล่

ย้ายมาจาก : ยูเวนตุส (ยืมตัว)

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 37 นัด (28 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : ยูเวนตุส,เซียน่า(ยืมตัว), กรอสเซโต้ (ยืมตัว), เปสคาร่า(ยืมตัว), เจนัว, โตริโน่, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, เซบีย่า, โตริโน่(ยืมตัว), ลาซิโอ

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : 48 ล้านปอนด์

ชิโร่ อิมโมบิเล่ เติบโตขึ้นมาจากกลุ่มเยวชนของยูเวนเหม็นตุส แม้กระนั้นการก้าวขึ้นมาเป็น 11 ตัวจริงตอนนั้นเกิดเรื่องที่ดูเหมือนจะเกินความสามารถเหลือเกินหน่อย ทำให้เขาจะต้องตกลงใจย้ายไปเล่นแบบยิมตัวกับสมาพันธ์อื่นเพื่อหาประสบการณ์ก่อน

แต่ว่าด้วยการลงสู่สนามที่จำกัดทั้งยังเซียน่าและก็กรอเซโต้ ทำให้อิมโมบิเล่ทำเป็นเพียงแค่ ประตูจากการเล่น 20 นัดหมายรวมกัน แม้กระนั้นกองหน้าชาวอิตาลีก็โกรธแค้นเบิดฟอร์มได้กับเปสค้างร่าในเวลาถัดมา โดยการทำไป 20 ประตูจาก 37 นัดหมายช่วยทำให้กลุ่มเลื่อนชั้นขึ้นไปเซเรีย อาได้เสร็จในปี 2011-12

แต่ต่อไป ฟอร์มของอิมโมบิเล่ก็ขึ้นลงผสมกันไป แต่ว่าเดี๋ยวนี้ดูเหมือนกับว่าฟอร์มการถล่มประตูของเขาเริ่มกลับมาแล้ว ข้างหลังย้ายมาอยู่กับลาสิโอ เขายิงไป 26 ประตูในช่วงฤดูกาลแรกที่ลงเล่นกับอินรีฟ้าขาว รวมทั้งในช่วงฤดูกาลถัดมาเขากระหน่ำประตูไปถึง 41 จาก 49 เกม ณ ขณะนี้เขาก็ยิงไปถึง จาก 12 เกมที่ลงเล่นให้เบียงวัวเชเลสเต้ในช่วงฤดูกาลปัจจุบันด้วย


ลอเรนโซ อินซินเญ่

ย้ายมาจาก : นาโปลี (ยืมตัว)

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 38 นัด (20 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : นาโปลี,ฟอจจา (ยืมตัว), เปสคาร่า(ยืมตัว)

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : ฟรี

มานึกย้อนดูดีการที่เปสค้างร่าคว้าชัยชนะเซเรีย บี มาครอบครองในปี 2011-12 ก็จัดว่าไม่ใช่เรื่องยากอะไร เนื่องจากในเมื่อพวกเขามีทั้งยังแวร์รัชนี, อิมโมบิเล่ แล้วก็ อินสินเญ่ อยู่ในกลุ่ม

ดาวยิงร่างเล็กโชว์ฟอร์มเด่นมาตั้งแต่ตอนปลดปล่อยให้ฟอจจายืมแล้ว รวมทั้งในสีเสื้อเปสติดอยู่ร่าก็ด้วยเหมือนกัน เขาติดต่อประสานงานกับ อิมโมบิเล่ได้อย่างเข้ากันรู้ใจกับทำประตูในลีกไปถึง 18 ตุง

ด้วยฟอร์มอันเด่นในเกมรุกกับเปสค้างร่าทำให้อินสินเญ่ สามารถขึ้นไปเป็น 11 ตัวจริงประจำกลุ่มท้องนาโปลีได้ ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นหนึ่งในปีกตัวจิ๊ดที่อันตรายที่สุดในโลกอย่างยิ่งจริงๆ

จานลูก้า ลาปาดูล่า

ย้ายมาจาก : ปาร์ม่า

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 46 นัด (30 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : โปร เวอร์เซลลี่,อีเวีย, ปาร์ม่า, แอตเลติโก โรม่า(ยืมตัว), รีเวนน่า(ยืมตัว), ซาน มาริโน่(ยืมตัว), เซเซน่า, โฟรซิโนเน่(ยืมตัว), ปาร์ม่า, กอริก้า(ยืมตัว), เตราโม่(ยืมตัว), เปสคาร่า, มิลาน, เจนัว(ยืมตัว), เจนัว

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : 16.88 ล้านปอนด์

จานลูก้า ลาปาดูล่า เป็นจอมร่อนเร่พเนจรตัวจริง เพราะว่าในวัยเพียงแค่ 26 ปี เขาย้ายไปเล่นให้สมาคมอื่นๆถึง 12 กลุ่มแล้ว โน่นรวมถึงกลุ่มในโลวาเนียอปิ้ง กอริก้าด้วย แม้กระนั้นตอนที่เขาบรรลุเป้าหมายเยอะที่สุดอาจจะหนีไม่พ้นตอนที่เจ้าตัวค้าหน้าแข้งกับเปสค้างร่าในปี 2015-16

สิ่งที่ศีรษะหอกชาวดินแดนมักกะโรนีทำเป็นเหมือนกับ อิมโมบิเล่ แล้วก็ อินสินเญ่ก็คือการถล่มประตูมากให้กับกลุ่มกระทั่งช่วยทำให้กลุ่มปลาโลมาน้อยเลื่อนชั้นไปสู่ลีกสูงสุดอีกรอบ ก่อนที่จะได้ย้ายไปไม่ลานในปี 2016 รวมทั้งติดกลุ่มชาติอิตาลีในเวลาถัดมา แม้กระนั้นโชคร้ายที่เขาไม่สามารถที่จะโชว์ฟอร์มเจริญราวกับยุคที่อยู่กับเปสติดอยู่ร่าได้อีกที ซึ่งในเวลานี้กำลังค้าลำแข้งกับเจนัวอยู่ในเซเรีย อา


มัตเตีย เปริน

ย้ายมาจาก : เจนัว (ยืมตัว)

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 30 นัด

เส้นทางอาชีพ : เจนัว,ปาโดว่า(ยืมตัว), เปสคาร่า(ยืมตัว), ยูเวนตุส

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : 10.5 ล้านปอนด์

อีกสมัยก่อนผู้เล่นจากเปสติดอยู่ร่าที่มีชื่อติดกลุ่มชาติอิตาลีเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว มัตเตีย เปริน เคยย้ายไปเล่นด้วยข้อตกลงยืมตัวระยะยาวกับกลุ่มภายหลังที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในเซเรียอาฤดู 2012-13

แม้กระนั้นนั่นนับได้ว่าเป็นตอนในตอนที่ยากลำเค็ญจริงๆข้างหลังนายทวารวัยละอ่อนพาทีมจบชั้นที่ 20 แล้วก็เสียประตูไปถึง 66 ลูก จาก 30 นัดหมาย รวมทั้งทำไปได้เพียงแค่ 5 คลีนชีแค่นั้น

แม้กระนั้นต่อไป เปรินก็ค่อยเข้มแข็งขึ้นเรื่อยจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นนายประตูที่เหนียวไม่แพ้ใครกันแน่ในลีก แล้วก็แปลงเป็นผู้ท้าแข่งลำดับหนึ่งของจิอานฝ่าจิ บุฟ่อน อีกทั้งในกองทัพอัซซูปรี่และก็ยูเวนตุๆส ในยุคที่เป็นมือสองให้กลุ่มอยู่

วลาดิเมียร์ ไวส์

ย้ายมาจาก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 23 นัด (5 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, โบลตัน(ยืมตัว), เรนเจอร์ส(ยืมตัว), เอสปันญ่อล(ยืมตัว), เปสคาร่า, โอลิมเปียกอส, เลคห์วิย่า, อัล การาฟา

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : 6.55 ล้านปอนด์

หนึ่งในหน้าแข้งดาวรุ่งจากเรือใบสีฟ้า ก่อนที่จะถูกผลพวงของการเทคโอเวอร์สมาพันธ์ของกรุ๊ปอาบู ดาบี ทำให้ลาดิภรรยาร์ ไวส์จำเป็นต้องย้ายไปเล่นแบบยืมตัวถึง ครั้งก่อนที่จะย้ายมาอยู่กลุ่มทางตอนใต้ของอิตาลีอย่างเปสค้างร่าแบบถาวรในเวลาถัดมา

ไวส์เข้ามาร่วมกลุ่มด้วยข้อตกลง ปี และก็เขาก็ทำเป็นดีพอสมควร ถึงแม้กลุ่มจะตกชั้นก็ตาม โดยการทำไป ประตูและก็ แอซิสต์ จากการลงเล่น 22 นัดหมาย

หลังจากนั้นหน้าแข้งโลวักก็ย้ายจากเปสติดอยู่ร่าไปอยู่กับ โอลิมแฉะอส ซึ่งเขาพาทีมได้แชมป์ภาษากรีก ซุปเปอร์ลีก แล้วก็ตอนนี้ค้าลำแข้งกับอัล การาฟาในกาตาร์

ฮวน ควินเตโร่

ย้ายมาจาก : อัตเลติโก นาซิอองนาล

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 17 นัด (1 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : เอ็นบิกาโด, อัตเลติโก นาซิอองนาล, เปสคาร่า, ปอร์โต้, แรนส์(ยืมตัว), อินดิเพนเดนเต้ เมเดลลิน(ยืมตัว), ริเวอร์ เพลท(ยืมตัว)

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด :11 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งลำแข้งที่ย้ายเข้ามาตอนกลุ่มเลื่อนชั้นสู่เซเรีย อา ในปี 2012-13 แต่ว่าฮวนวินเตโร่ก็มิได้ค้าลำแข้งกับเปสติดอยู่ร่านานมากนัก ข้างหลังลงเล่นเพียงแค่ 17 นัดหมายเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นตอนนั้นเจ้าตัวก็นับว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตาดูคนหนึ่งในบอลยุโรปเลย

ดาวเตะโคลอมเบียย้ายไปปอร์โต้ในเวลาต่อ ด้วยค่าตอบแทนที่มากกว่าในเวลาที่เปสติดอยู่ร่าซื้อมาถึง เท่า ถ้าว่าตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถที่จะฉายแววเก่งในประเทศโปรตุเกสได้ ก่อนที่จะถูกปลดปล่อยยืมตลอด ฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยช่วงนี้มีริเวอร์เพลที่ยืมตัวเขาไปใช้งานอยู่

เบียร์เคียร์ บียาร์นาสัน

ย้ายมาจาก : สตองดาร์ด ลีแอช

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 70 นัด (14 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : ไวกิ้ง, โบโด กลิมท์(ยืมตัว), สตองดาร์ด ลีแอช, เปสคาร่า, ซามพ์โดเรีย, เปสคาร่า, เอฟซี บาเซิ่ล, แอสตัน วิลล่า

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : 3.5 ล้านปอนด์

ภายหลังย้ายมาด้วยคำสัญญายืมตัวพร้อมอ็อฟชั่นซื้อขาดจากสตองดาร์ด ลีแอในปี2012 เบียร์สดเคียร์ บียาร์ท้องนาสัน เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ไม่สามารถที่จะช่วยทำให้เปสค้างร่ารอดตกชั้นได้ และก็ย้ายออกไปซามพ์โดเรีในเวลาถัดมา

แม้กระนั้นภายหลังที่ย้ายเพียงแค่ฤดูเดียว มิดฟิลด์ชาวไอซ์แลนด์ก็ย้ายกลับกลุ่มฟ้าขาวอีกรอบ แล้วก็ยิงไปถึง 10 ประตูจาก 35 นัดหมาย แม้กระนั้นโน่นก็ไม่ช่วยทำให้กลุ่มเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ ทำให้เขาถูกขาให้กับบาเซิ่ล และก็ย้ายไปเล่นกับแอตัน วิลล่าในตอนนี้


จานลูก้า คาปรารี่

ย้ายมาจาก : โรม่า

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 136 นัด (24 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : โรม่า, เปสคาร่า, อินเตอร์, เปสคาร่า(ยืมตัว), ซามพ์โดเรีย

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : 8 ล้านปอนด์

จานลูก้า ค้างราปรี่เป็นผู้ที่เข้าๆออกๆกับกลุ่มเปสค้างร่าบ่อยครั้งพอควร ข้างหลังทำผลงานได้น่าประทับใจกับกลุ่มปลาโลมาน้อยกระทั่งทำให้อินเตอร์คว้าตัวไปร่วมกลุ่มในปี2016

แต่ว่าถัดมา เขาก็ถูกปลดปล่อยให้เปสติดอยู่ร่ากลับไปเล่นแบบยืมตัวซะแบบงั้น ก่อนที่จะถูกขาถึงแม้ว่าจะซามพ์โดเรีในปี 2017


ลูคัส ตอร์เรร่า

ย้ายมาจาก : มอนเตวิเดโอ วันเดอร์เรอร์

ลงเล่นให้เปสคาร่า : 42 นัด (6 ประตู)

เส้นทางอาชีพ : เปสคาร่า, ซามพ์โดเรีย,เปสคาร่า(ยืมตัว), อาร์เซน่อล

ค่าตัวในการย้ายทีมทั้งหมด : 27.7 ล้านปอนด์

มิดฟิลด์ห้องเครื่องกลุ่มชาติอุรุกวัยได้เข้ามาเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของเปสติดอยู่ร่าในปี2013 ภายหลังที่เล่นได้หนึ่งฤดู ก็ถูกซามพ์โดเรีคว้าตัวไปร่วมกลุ่ม ก่อนที่จะปล่อยตัวปล่อยใจเขาให้เปสค้างร่ายืมตัวต่อไปและก็ทำไป ประตูในช่วงฤดูกาลนั้น

ภายหลังที่กลับมาที่ ลา ซามพ์ เขาก็ได้แปลงเป็นมิดฟิลด์ตัวหลักที่กลุ่มจะห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดตลอด ฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา จนถึงทำให้เขาได้ติดกลุ่มชาติอุรกุวัยในบอลโลกครั้งปัจจุบันด้วย ก่อนที่จะถูกอาร์เซน่อล ลากไปร่วมกลุ่มในซัมเมอร์นี้ แล้วก็เปลี่ยนเป็นมิดฟิลด์ในแบบที่ปืนใหญ่ปรารถนารวมทั้งตามหามานานนับทศวรรษเลย